ไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
“ผมอัพเดทความรู้ทางวิชาการกับเทคโนโลยีเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา บวกกับเรียนรู้ภูมิศาสตร์และสภาพพื้นที่จากภูมิปัญญาคนรุ่นก่อน เช่น เรารู้ว่าไร่นี้ฝนจะมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เราดูพยากรณ์อากาศของศูนย์นครราชสีมาไม่ได้ ต้องดูจากนครนายก และสระบุรี เพราะพื้นที่ของเราเป็นช่วงร่องฝน ซึ่งคนรุ่นก่อนรู้จากการสังเกต ขณะเดียวกันก็มีข้อมูลทางวิชาการที่ทันเหตุการณ์มาสนับสนุน ผมรู้ว่ามีเอลนีโญและฝนจะทิ้งช่วงแน่นอน ผมรู้เรื่องนี้ก่อนที่จะเข้าประเทศไทยเพราะอัพเดทข่าวสารอยู่ตลอด ก็เตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนได้” ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งสวนลุงชอบ กล่าว
เมื่อถามว่าวิธีการเพาะปลูกแบบ Young Smart Farmer อย่างคุณปั้น มีความแตกต่างจากรุ่นคุณตาและคุณพ่อหรือไม่? คุณปั้นอธิบายสั้นๆ ว่า วิธีการเพาะปลูกแทบไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือวิธีลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ และใช้ข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุนการเพาะปลูก เช่น ก่อนทำการเพาะปลูกคุณปั้นจะนำดินที่ไร่ไปตรวจวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง มีการทดลองใส่ปุ๋ย ว่าช่วงไหนพืชสามารถดึงไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ คุณปั้น ยังมีแนวทางการทำงานของตัวเอง เช่น พยายามทดสอบการใช้ยาด้วยตัวเอง “ยกตัวอย่างเช่นข้าวโพดที่มีหนอน ผมจะยังไม่ฉีดยาทันที รอให้หนอนกินจนเกือบจะเตียน ส่วนหนึ่งที่ยังไม่ฉีดเพราะต้องการยืดอายุข้าวโพด พอถึงจุดที่เราคิดว่าใช่ ก็ใช้โดรนฉีดพ่นทีเดียว ซึ่งทำแค่ 1-2 รอบก็เอาอยู่” คุณปั้น เผยเคล็ดลับ
“การตลาด” สิ่งสำคัญของการเกษตรยุคใหม่
เนื่องจากปัจจุบันในตลาดมีการแข่งขันสูง สิ่งสำคัญของการทำการเกษตรยุคใหม่จึงเป็นเรื่องของ ‘การตลาด’ สำหรับเรื่องนี้ คุณปั้น มองว่า เกษตรกรยุคนี้ต้องมองเรื่องการตลาดเป็นตัวนำ เพราะหากเพาะปลูกโดยไม่คำนึงถึงตลาดรองรับ มีความเสี่ยงสูงที่ผลผลิตจะล้นตลาดและราคาตกต่ำ ดังนั้น คุณปั้นจึงใช้แนวทางใหม่ ด้วยการหาตลาดก่อนเพาะปลูก เพื่อให้มั่นใจว่า ผลผลิตของสวนลุงชอบจะเป็นที่ต้องการและขายได้อย่างแน่นอน
เราต้องรู้ว่าความต้องการของตลาดคืออะไร ถ้าปลูกสิ่งที่ตลาดไม่ต้องการ ก็ขายไม่ได้ ยกตัวอย่างปีหน้าข้าวโพดขายเมล็ดอาจจะน้อยลงหรือราคาจะตกลง ผมก็จะทำข้าวโพดบดต้นสด ที่ปลูกเพื่อตัดทั้งต้นทั้งฝัก ทำข้าวโพดหมักเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ที่ได้ราคาดีกว่า จากนั้นผมลุยไปหาตลาดอื่นที่มีความต้องการสูงกว่า เข้าไปคุยกับแหล่งที่ต้องการรับซื้อ นำเสนอว่าเรามีพื้นที่และให้ผลผลิตได้เท่าไหร่ โดยจะขอทดลองปลูกก่อน เช่น เขาบอกว่าพันธุ์ที่ต้องการ ให้ผลผลิตได้ไร่ละ 8 ตัน ผมก็กลับมาทดลองปลูก เริ่มก่อน 10 ไร่ ซึ่งสามารถเสียครึ่งหนึ่งก็ยังได้ไร่ละ 6,000 บาท ต้นทุน 5,500 บาทต่อไร่ ผมจะคิดทุกอย่างเป็นต้นทุน ใช้ราคากลางทั้งหมด ถึงแม้จะค่าแรงตัวเอง ค่าเช่า หรืออุปกรณ์ รวมทุกอย่างอยู่ในต้นทุน ทำให้เราเห็นผลกำไรที่แท้จริง”
เทคนิคทำเกษตรผสมผสาน แบบ Young Smart Farmer
จากสวนผลไม้ที่ปลูกรุ่นคุณตา รุ่นคุณพ่อก็เปลี่ยนมาทำพืชไร่ เพราะวงจรของไม้ผลราคาต่ำลง พืชอายุมาก และในขณะนั้นผลผลิตของพืชไร่ราคาดีกว่า ทายาทรุ่นที่ 3 คุณปั้นนมารับช่วงต่องานไร่ จึงปรับวิธีการทำงานเล็กน้อย
“อย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 200 ไร่ รุ่นพ่อจะให้ฮอร์โมนเพื่อให้โต ฝักใหญ่ แต่การฉีดต้องใช้คนเข้าไป ต้องฉีดตั้งแต่ 1 ฟุต จนกระทั่งข้าวโพดออกดอกสูงเกินหัว วิธีนี้ทำแล้วได้ผลผลิตน้ำหนักเพิ่มมา 100 - 200 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อมาคำนวณต้นทุนทุกอย่างแล้วไม่คุ้ม ผมเปลี่ยนเลย ไม่ฉีดฮอร์โมนแต่เน้นกระบวนการไถแปลงให้ดี พื้นดินที่ดี ใช้ปุ๋ยที่ดี คุมหญ้า การทำแบบนี้ของเราอาจเพิ่มต้นทุนบางส่วนในช่วงแรก แต่ลดค่าแรงงานและคุมต้นทุนได้ในระยะยาว”