เทคนิคบำรุงข้าวระยะตั้งท้อง ให้รวงใหญ่ เมล็ดเต่ง น้ำหนักดี ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15
- ข้าวรับรวงคืออะไร ความสำคัญของข้าวช่วงรับรวง ทำไมเกษตรกรต้องใส่ใจเป็นพิเศษในช่วงนี้
- เทคนิคบำรุงข้าวช่วงรับรวงแบบเกษตรกรมืออาชีพเพื่อให้เมล็ดข้าวเต็ม
- สูตรปุ๋ยที่แนะนำในระยะรับรวงหรือตั้งท้องข้าวพันธุ์หนัก และ ข้าวพันธุ์เบา
- ปัจจัยที่มีผลกับการเจริญของข้าวระยะรับรวงหรือตั้งท้อง
- โรคที่ต้องระวังในช่วงข้าวรับรวง
- การเลือกปุ๋ยที่เหมาะสม คือกุญแจสำคัญสู่ข้าวในช่วงรับรวง ข้าวเต็มเมล็ดเพื่อผลผลิตที่ดี
ข้าวรับรวงคืออะไร ความสำคัญของข้าวช่วงรับรวง ทำไมเกษตรกรต้องใส่ใจเป็นพิเศษในช่วงนี้
ระยะรับรวง คือ "ข้าวในระยะรับรวง" หรือที่มักเรียกกันว่า ระยะข้าวตั้งท้อง คือช่วงที่ต้นข้าวเจริญเติบโตเต็มที่หลังจากการแตกกอ เริ่มเข้าสู่กระบวนการสืบพันธุ์ โดยจะเริ่มสร้างรวงอ่อน ๆ ซ่อนไว้ภายในลำต้น ทำให้ลำต้นมีลักษณะกลมอวบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความสำคัญของระยะนี้คือเป็นช่วงที่ต้นข้าวต้องการสะสมอาหารอย่างเต็มที่เพื่อนำไปพัฒนาจำนวนเมล็ดต่อรวงและขนาดของเมล็ด กระบวนการนี้ดำเนินอยู่ระหว่างประมาณวันที่อายุ 55-60 วัน สำหรับข้าวนาปี และอายุ 45-50 วัน สำหรับข้าวนาปรัง หลังดอกบาน ก่อนที่เมล็ดจะสุกแก่พร้อมเก็บเกี่ยว

ข้าวช่วงรับรวงหรือระยะตั้งท้อง
ความสำคัญของระยะรับรวงมีดังต่อไปนี้
- เป็นช่วงสำคัญในการสร้างน้ำหนักเมล็ดและผลผลิตต่อไร่ ระยะรับรวงเป็นช่วงที่ต้นข้าวเร่งลำเลียงอาหารจากใบและลำต้นไปสะสมในเมล็ด หากต้นข้าวได้รับน้ำและธาตุอาหารอย่างเพียงพอ เมล็ดจะพัฒนาได้เต็มที่ มีน้ำหนักดี และลดปัญหาเมล็ดลีบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณผลผลิตที่เกษตรกรจะได้รับ
- เป็นระยะที่ต้องเฝ้าระวังโรคและแมลงศัตรูข้าวเป็นพิเศษ ในช่วงที่รวงและเมล็ดกำลังพัฒนา เนื้อเยื่อบริเวณคอรวงและเมล็ดมีความอ่อนนุ่มและมีสารอาหารสูง จึงเป็นช่วงที่เชื้อราและแมลงศัตรูข้าวสามารถเข้าทำลายได้ง่าย หากเกิดความเสียหาย อาจทำให้เมล็ดไม่สมบูรณ์ น้ำหนักลด และกระทบต่อผลผลิตโดยรวม
เทคนิคบำรุงข้าวช่วงรับรวงแบบเกษตรกรมืออาชีพเพื่อให้เมล็ดข้าวเต็ม
- การรักษาระดับน้ำในนาให้อยู่ที่ 5–10 เซนติเมตรตลอดช่วงการรับรวง ซึ่งอยู่ระหว่างประมาณวันที่อายุ 55-60 วัน สำหรับข้าวนาปี และอายุ 45-50 วัน สำหรับข้าวนาปรัง ห้ามปล่อยให้นาแห้ง เพราะจะทำให้ต้นข้าวเกิดกระบวนการลำเลียงน้ำตาลเข้าเมล็ดจะหยุดชะงัก และเมล็ดที่กำลังพัฒนาจะลีบในที่สุด
- การดูแลรักษาใบธงข้าว ซึ่งเปรียบได้กับโรงงานผลิตแป้งหลักของต้นข้าว หากใบธงถูกโรคหรือแมลงทำลายผลผลิตจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การรักษาระดับน้ำในนาให้อยู่ที่ 5–10 เซนติเมตร

การดูแลใบธง
สูตรปุ๋ยที่แนะนำในระยะรับรวงหรือตั้งท้องข้าวพันธุ์หนัก และ ข้าวพันธุ์เบา
ในระยะรับรวงหรือตั้งท้อง ข้าวต้องการธาตุอาหารเพื่อบำรุงต้นและเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างรวงและเมล็ด จึงแนะนำ ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-15-15 ซึ่งมีธาตุอาหารหลักทั้งไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ในสัดส่วนเท่ากัน พร้อมธาตุแคลเซียม (Ca) 3.5% โดยธาตุอาหารแต่ละชนิดมีบทบาทสำคัญ ดังนี้
- ธาตุไนโตรเจน (N) 15% มีไนโตรเจน 2 รูปแบบ ได้แก่ “ไนเตรท-ไนโตรเจน” ซึ่งละลายได้เร็ว พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที และ “แอมโมเนียม-ไนโตรเจน” ที่ค่อย ๆ ละลายในดินที่มีความชื้นและปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างต่อเนื่อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ของต้นและใบ
- ธาตุฟอสฟอรัส (P) 15% ช่วยส่งเสริมการพัฒนาระบบราก ทำให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้ดี พร้อมสนับสนุนกระบวนการออกดอกและการสร้างผลผลิต
- ธาตุโพแทสเซียม (K)15% มีส่วนช่วยในการสร้างและเคลื่อนย้ายแป้งไปสะสมในเมล็ด ส่งเสริมการพัฒนาผลผลิต เพิ่มน้ำหนัก และช่วยให้เมล็ดมีคุณภาพ
- ธาตุแคลเซียม (Ca) 3.5% ซึ่งเป็นธาตุอาหารรองที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของพืชและมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาผนังเซลล์ ช่วยให้ต้นข้าวเจริญเติบโตและมีความสมบูรณ์

จึงเหมาะกับช่วงตั้งท้องเพื่อช่วยเร่งการสร้างแป้งและสะสมอาหาร ทำให้เมล็ดเต็มรวง รวงใหญ่ เมล็ดเต่ง ไม่ลีบ น้ำหนักดี โดยอัตราใส่ปุ๋ยที่แนะนำคือ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับข้าวพันธุ์หนักช่วงเวลาที่แนะนำให้ใส่ปุ๋ย คือ 55-60 วัน เเละสำหรับข้าวพันธุ์เบาช่วงเวลาที่แนะนำให้ใส่ปุ๋ยคือ 45-50 วัน


ปัจจัยที่มีผลกับการเจริญของข้าวระยะรับรวงหรือตั้งท้อง
- ปริมาณน้ำที่สม่ำเสมอ ต้นข้าวต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาการไหลเวียนของน้ำตาลจากใบไปยังเมล็ด หากนาแล้งแม้เพียง 3–5 วันในช่วงนี้ เมล็ดจะหยุดพัฒนาและลีบได้
- ธาตุอาหารตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะโพแทสเซียม (K) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลำเลียงน้ำตาลเข้าเมล็ด และไนโตรเจน (N) ที่ควรให้เสริมในปริมาณพอเหมาะ ไม่มากเกินจนต้นข้าวโทรมก่อนเมล็ดแก่
- ศัตรูพืชต้องถูกควบคุม แมลงบั่ว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และโรคไหม้คอรวง ล้วนระบาดหนักในช่วงนี้เพราะต้นข้าวมีน้ำตาลและสารอาหารสูง การสูญเสียใบธง
โรคที่ต้องระวังในช่วงข้าวรับรวง
ระยะรับรวงเป็นช่วงที่โรคและแมลงศัตรูพืชระบาดหนักที่สุดเนื่องจากต้นข้าวมีน้ำตาลและสารอาหารสูงอย่างเต็มที่
(อ้างอิง: กองวิจัยและพัฒนาข้าว, กรมการข้าว)
โรคไหม้คอรวง คือโรคที่อันตรายที่สุดในช่วงนี้ เชื้อราเข้าทำลายบริเวณคอรวงทำให้ขาดดำและรวงหัก ผลผลิตสูญเสียได้ 100% ในพื้นที่ที่ระบาดหนัก

โรคไหม้คอรวง โรคในข้าวระยะรับรวง
- คอรวงและเมล็ดข้าวมีความอ่อนนุ่มและสารอาหารสูง ช่วงที่คอรวงและเมล็ดข้าวกำลังพัฒนา เนื้อเมล็ดยังมีความอ่อนนุ่มและอุดมด้วยสารอาหาร ต้นข้าวจะเร่งลำเลียงน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตผ่านท่อลำเลียงขึ้นไปสะสมบริเวณรวง เพื่อใช้ในการสร้างและเติมเต็มเนื้อเมล็ด ขณะเดียวกัน บริเวณคอรวงและเปลือกเมล็ดข้าวจะมีความอวบน้ำและอุดมด้วยสารอาหาร จึงเอื้อต่อการเข้าทำลายของเชื้อรา เมื่อสปอร์ของเชื้อราสาเหตุโรคพืชปลิวมาตกบนบริเวณดังกล่าว จึงสามารถเกาะ เจาะผ่านผิว และเข้าสู่เนื้อเยื่อเพื่อก่อให้เกิดโรคได้ง่ายขึ้น
- ทำไมถึงเกิดโรคคอรวงไหม้ในระยะนี้ โรคคอรวงไหม้ (ที่เกิดจากเชื้อราตัวเดียวกับโรคไหม้ข้าว) จะเลือกโจมตีเฉพาะช่วงที่ข้าวเริ่มโผล่เผล่ออกรวงพอดี ผลกระทบ คือเชื้อราจะเข้าทำลายตรงเนื้อเยื่อคอรวงที่กำลังส่งอาหาร ทำให้คอรวงเกิดแผลช้ำสีน้ำตาลดำและหักพับลง เมื่อท่อลำเลียงอาหารถูกตัดขาด ข้าวก็จะไม่สามารถส่งแป้งขึ้นไปเลี้ยงเมล็ดได้ ทำให้ ข้าวลีบทั้งรวง รวงข้าวจึงมีสีขาวโพลน (รวงข้าวแห้งซัง)
โรคเมล็ดด่าง เกิดจากเชื้อราหลายชนิดที่เข้าทำลายเมล็ดระหว่างการรับรวง ทำให้เมล็ดมีสีน้ำตาลหรือดำ ทำให้เมล็ดลีบและน้ำหนักไม่เต็ม

โรคเมล็ดด่าง โรคในข้าวระยะรับรวง
- ช่วงที่ข้าวเริ่มสร้างแป้งและน้ำตาลในเมล็ด เป็นช่วงที่ "เนื้อหอม" และเปราะบางง่ายต่อการเข้าทำลายของโรคพืช ซึ่งเป็นโรคเจ้าปัญหาที่จ้องจะทำลายผลผลิตของเกษตรกรโดยตรงในระยะนี้
- ทำไมถึงเกิดโรคเมล็ดด่างในระยะนี้ โรคเมล็ดด่างเกิดจากเชื้อราหลายชนิดรวมหัวกันเข้าทำลายสัปดาห์แรกๆ ที่ข้าวเริ่มออกรวงและบานเกสรผลกระทบคือเชื้อราจะเข้าไปเกาะกินน้ำเลี้ยงบนเปลือกเมล็ดและเนื้อเมล็ดข้างในที่กำลังสร้างแป้ง ทำให้เมล็ดข้าวเกิดแผลเป็นจุดด่างดำหรือมีสีเทา-ดำ เมล็ดจะบิดเบี้ยว ลีบ
โรคกาบใบแห้ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อรา Rhizoctonia solani โรคนี้สามารถเข้าทำลายต้นข้าวได้ตั้งแต่ระยะแตกกอไปจนถึงช่วงใกล้เก็บเกี่ยว โดยความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของต้นข้าว ยิ่งในแปลงนาที่มีการแตกกอมาก

โรคกาบใบแห้ง โรคในข้าวระยะรับรวง
- ต้นข้าวเบียดเสียดกันแน่น อากาศถ่ายเทไม่สะดวกและมีความชื้นสะสมสูง เชื้อราจะยิ่งเจริญเติบโตและแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว มีลักษณะสีเขียวปนเทา ที่ปรากฏขึ้นตามกาบใบข้าวบริเวณใกล้ๆ กับระดับน้ำ จากนั้นแผลจะค่อยๆ ลุกลามขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดไม่จำกัด และลามย่อยขึ้นสู่ใบข้าวทางด้านบน ส่งผลให้ใบและกาบใบทั้งหมดแห้งเหี่ยว ต้นข้าวไม่สามารถสังเคราะห์แสง ซึ่งความเสียหายในระยะนี้จะส่งผลให้เมล็ดข้าวลีบ น้ำหนักหาย
- ทำไมถึงเกิดโรคใบกาบแห้งในระยะนี้ เป็นช่วงที่อาหาร "สมบูรณ์ที่สุด" (น้ำตาลและแป้งสูง)ต้นข้าวระยะนี้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และกรดอะมิโนสะสม สารอาหารที่อุดมสมบูรณ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ที่ต้องการของเมล็ดข้าวเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารชั้นเลิศที่ช่วยให้เชื้อราเจริญเติบโตแตกสปอร์ลุกลามได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ใบแห้งเหี่ยว คอรวงหักพับ หรือเมล็ดด่างลีบเสียหาย
การเลือกปุ๋ยที่เหมาะสม คือกุญแจสำคัญสู่ข้าวในช่วงรับรวง ข้าวเต็มเมล็ดเพื่อผลผลิตที่ดี
การบำรุงข้าวให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเริ่มต้นจากการเลือกใช้ปุ๋ยให้ตรงกับความต้องการของข้าวในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต เพื่อให้ต้นแข็งแรง สะสมอาหารได้ดี ข้าวรวงใหญ่ เมล็ดไม่ลีบ ข้าวเต็มเมล็ดมากขึ้น และพร้อมสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยปุ๋ยคุณภาพ "ปุ๋ยตรากระต่าย" ปุ๋ยขายดีอันดับ1 ที่เกษตรกรทุกรุ่นพิสูจน์แล้วว่าชัวร์เด๊ะๆ

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสินค้า และข่าวสารจากปุ๋ยตรากระต่าย เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: www.facebook.com/puitrakratai/
YouTube: www.youtube.com/c/Puitrakratai
TikTok: https://www.tiktok.com/@puitrakratai
Line: เจียไต๋ Chia Tai: https://r.holistica.live/e/x/6WRZ71tp1
ข้อมูลสินค้าปุ๋ยตรากระต่าย : ปุ๋ยตรากระต่าย สำหรับข้าวและพืชไร่ l เจียไต๋
เจตนารณ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และ ค่านิยมองค์กร
สารจากคณะผู้บริหาร
รู้จักเจียไต๋
ธุรกิจเมล็ดพันธุ์
ธุรกิจปุ๋ย
ธุรกิจอารักขาพืช
ธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตร
ธุรกิจผลสดและร้านอาหาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
สาระเกษตรน่ารู้
วีดีโอและมัลติมีเดีย