“ทุเรียน” เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2567 มีปริมาณการส่งออกสูงถึง 859,183 ตัน รวมมูลค่ากว่า 134,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 75% ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด (ข้อมูล : สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า) ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายคนคิดว่าการปลูกทุเรียน ต้องอาศัยการส่งออกเท่านั้น จึงสามารถสร้างรายได้ที่คุ้มค่าแต่อีกโอกาสที่ไม่ควรมองข้ามคือศักยภาพ ของตลาดภายในประเทศ หากเกษตรกรเลือกทำตลาดด้วยตัวเอง ก็สามารถขายได้ในราคาที่ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสินค้ามีจุดเด่นด้านคุณภาพ หรือได้การรับรองมาตรฐาน GAP ก็สามารถ เจาะตลาดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อได้ไม่ยาก
วันนี้เราจะพาไปล้วงเคล็ดลับของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมากประสบการณ์กว่า 30 ปี กับ คุณดาวเรือง อิ่มอำพร อายุ 55 ปี ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ที่ใส่ใจดูแล ผลผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ทุเรียนผลใหญ่ พูเต็ม น้ำหนักดี เป็นเกรดเอถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมรับประกัน คุณภาพเนื้อทุกลูก ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจกลับมาซื้อซ้ำแทบทุกราย
คุณดาวเรือง เผยว่า ปัจจุบันปลูกทุเรียนบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ โดยสายพันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่ เป็นพันธุ์หมอนทอง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเอกลักษณ์ของทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ คือ มีรสชาติที่หวานมัน เนื้อเนียน ไม่แฉะ กลิ่นไม่ฉุน จึงนิยมเรียกกันว่า “ทุเรียนบ้านไร่” ถือเป็นของดี ประจำจังหวัดอุทัยธานี และอยู่ในระหว่างการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อีกด้วย
ทั้งนี้ หลักการปลูกทุเรียนเน้นคุณภาพของคุณดาวเรือง จะให้ความใส่ใจตั้งแต่การจัดการแปลง ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) พร้อมทั้งมีเทคนิคการบำรุงธาตุอาหารแบบตรงจุด เพื่อให้สอดคล้องกับระยะการเจริญเติบโตของพืช และที่สำคัญ คือใส่ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้ช่วยประหยัดต้นทุน ทั้งยังได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด สามารถได้ผลผลิต 400 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพื้นที่ข้างเคียงประมาณ 50-100 กิโลกรัมต่อไร่เลยทีเดียว
สำหรับผลผลิตที่แปลงของคุณดาวเรือง จะขายเองหน้าสวนทั้งหมด โดยตัดทุเรียนที่ความสุก 90-95 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีรสชาติหวานมันกำลังดี เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม สามารถขายได้ราคาดีกว่าส่งล้งช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 160,000-320,000 บาท ต่อฤดูกาลผลิต
เบื้องหลังทุเรียนคุณภาพ ผลใหญ่ พูเต็ม ที่ใครได้ชิมแล้วกลับมาซื้อซ้ำ ต้องทำอย่างไร? คุณดาวเรือง จะมาเผยเคล็ดลับการปลูกทุเรียนผ่านประสบการณ์กว่า 30 ปี ให้ฟังกันแบบเต็มๆ
คุณดาวเรือง ใช้ปุ๋ยสูตร 18-46-0 สัดส่วน 26 กิโลกรัม ผลสมกับปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 0-0-60 สัดส่วน 26 กิโลกรัม
เทียบเคียงปุ๋ยสูตร 8-24-24 เพื่อใช้บำรุงใน "ระยะสะสมอาหาร"
สำหรับการผสมปุ๋ยใช้เอง ถือเป็นวิธีการควบคุมต้นทุน และบำรุงธาตุอาหารให้ตรงกับความต้องการของพืช โดยคุณดาวเรือง จะใช้สัดส่วนการผสมตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอผ่านการคำนวณธาตุอาหารหลักให้ใกล้เคียงกับปุ๋ยสูตร 8-24-24 ที่เน้น “ธาตุฟอสฟอรัส” (ตัวกลาง) และ “ธาตุโพแทสเซียม” (ตัวท้าย) สูง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของต้นทุเรียนในระยะสะสมอาหารมากที่สุด
หลังจากบำรุงทางดินเรียบร้อยแล้ว จะเสริมด้วยการ “บำรุงทางใบ” ด้วยการฉีดพ่นฮอร์โมน และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยใช้นิวฟอส อัตรา 500 ซีซี ผสมร่วมกับ อโทนิค อัตรา 100-200 ซีซี และมาโมมิกส์ บลู อัตรา 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ (ความถี่ทุก 15 วัน) เพื่อช่วยบำรุงให้ต้นแข็งแรง ส่งเสริมการแตก ตาดอก และช่วยให้การออกดอกสมบูรณ์
"ระยะสะสมอาหาร" จะเสริม "การบำรุงทางใบ"ด้วยนิวฟอส ผสมร่วมกับ อโทนิค และมามิกส์ บลู
ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืช เร่งการแก่ของใบ และกระตุ้นการแตกตาดอก
ทุเรียนระยะแตกตาดอก
ช่วงสำคัญของ “การออกดอก-ติดผล”
หลังเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ความชื้นในอากาศลดลง ทุเรียนจะเริ่มแตกตาดอก ถือเป็นช่วงสำคัญที่กำหนดทั้งปริมาณและคุณภาพของผลผลิต เพราะหากดอกพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์ ทุเรียนย่อมมีโอกาสติดผลสูง และผลผลิตที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีตามไปด้วย
โดยใน “ระยะแตกตาดอก” คุณดาวเรือง จะปรับการบำรุงทางดินอีกครั้ง ด้วยการใส่ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 ขีดต่อต้น (ใส่ทุก ๆ 10 วัน) เพื่อให้ดอกสมบูรณ์ ไม่หลุดร่วงง่าย
ทั้งนี้ ในการบำรุงระยะติดดอก คุณดาวเรือง จะใช้เทคนิค “ใส่ปุ๋ยปริมาณน้อย แต่ใส่บ่อย” เพื่อให้ต้นค่อยๆ ได้รับธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยลดโอกาสการแตกใบอ่อนแทรกขึ้นมาได้มาก
ทั้งนี้ ในการบำรุงระยะติดดอก คุณดาวเรือง จะใช้เทคนิค “ใส่ปุ๋ยปริมาณน้อย แต่ใส่บ่อย” เพื่อให้ต้นค่อยๆได้รับธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยลดโอกาสการแตกใบอ่อนแทรกขึ้นมาได้มาก
ทุเรียนที่แปลงของคุณดาวเรือง ได้ผลผลิตไร่ละ 400 กิโลกรัม มากกว่าพื้นที่ข้างเคียง 50-100 กิโลกรัมต่อไร่
และที่สำคัญเป็น "เกรดเอ"มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
ผลผลิต “เน้นคุณภาพ” ได้มาตรฐาน GAP
ขายได้ราคาดี มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย
ปัจจุบันมีทุเรียนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงเป็นหนึ่งในแนวทางการเพิ่มมูลค่าทางการตลาด และสามารถรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นได้ในระยะยาว
เช่นเดียวกับคุณดาวเรือง ซึ่งไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาแนวทางการทำสวนทุเรียนให้เป็นไปตามหลัก การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) สามารถตรวจสอบย้อนกลับ และประเมินความปลอดภัยของผลผลิตได้ โดยมีการจดบันทึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่การใส่ปุ๋ย, การฉีดพ่นฮอร์โมน, สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช รวมถึงหยุดใช้สารที่อาจก่อให้เกิดการตกค้างอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตัดผลผลิต เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
คุณดาวเรือง กับใบรับรองมาตรฐาน GAP ที่ออกโโยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตภัยต่อผู้บริโภค
ดังนั้น ด้วยความมั่นใจในคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผลผลิต คุณดาวเรือง
จึงเลือกขายทุเรียนหน้าสวนด้วยตนเอง พร้อมประกันคุณภาพเนื้อทุกลูก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้ผู้บริโภค ทำให้สามารถขายได้ราคาดี เพราะไม่ต้องพึ่งพาราคากลางของล้ง ช่วยเพิ่มกำไรขึ้น เป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดจากความตั้งใจ และความพยายามของคุณดาวเรือง ที่ขยันทดลองสิ่งใหม่ ๆ เพื่อนำมาพัฒนาสวนอยู่เสมอ จนทำให้ผลผลิตออกมาได้คุณภาพ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค
โดยคุณดาวเรือง ยังเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จอีกว่า “ส่วนหนึ่งที่ต้องขอบคุณ คือ พนักงานส่งเสริมจากบริษัท เจียไต๋ ที่เข้ามาแนะนำปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู และปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 ให้ได้ทดลองใช้ พอใช้แล้วเห็นชัดเลยว่าเม็ดปุ๋ยละลายง่าย ได้ผลผลิตชัวร์ เป๊ะทุกลูกสมกับที่เป็นปุ๋ยขายดีอันดับ1 ใช้แล้วติดใจ ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ การันตีเรื่องคุณภาพ ผลผลิตลูกใหญ่ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย เห็นรายได้แล้วหายเหนื่อยเลย”