logo
TH EN

ล้วงเคล็ดลับปลูก “ทุเรียนบ้านไร่” จ.อุทัยธานี รสชาติเอกลักษณ์ ผลผลิตไม่พอขาย ได้มาตรฐาน GAP

       “ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2567 มีปริมาณการส่งออกสูงถึง 859,183 ตัน รวมมูลค่ากว่า 134,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 75% ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด (ข้อมูล : สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า) ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายคนคิดว่าการปลูกทุเรียน ต้องอาศัยการส่งออกเท่านั้น จึงสามารถสร้างรายได้ที่คุ้มค่าแต่อีกโอกาสที่ไม่ควรมองข้ามคือศักยภาพ ของตลาดภายในประเทศ หากเกษตรกรเลือกทำตลาดด้วยตัวเอง ก็สามารถขายได้ในราคาที่ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสินค้ามีจุดเด่นด้านคุณภาพ หรือได้การรับรองมาตรฐาน GAP ก็สามารถ เจาะตลาดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อได้ไม่ยาก 

 

       วันนี้เราจะพาไปล้วงเคล็ดลับของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนมากประสบการณ์กว่า 30 ปี กับ คุณดาวเรือง อิ่มอำพร อายุ 55 ปี ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ที่ใส่ใจดูแล ผลผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ทุเรียนผลใหญ่ พูเต็ม น้ำหนักดี เป็นเกรดเอถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมรับประกัน คุณภาพเนื้อทุกลูก ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจกลับมาซื้อซ้ำแทบทุกราย 

 

       คุณดาวเรือง เผยว่า ปัจจุบันปลูกทุเรียนบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ โดยสายพันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่ เป็นพันธุ์หมอนทอง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเอกลักษณ์ของทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ คือ มีรสชาติที่หวานมัน เนื้อเนียน ไม่แฉะ กลิ่นไม่ฉุน จึงนิยมเรียกกันว่าทุเรียนบ้านไร่ ถือเป็นของดี ประจำจังหวัดอุทัยธานี และอยู่ในระหว่างการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อีกด้วย 

 

       ทั้งนี้ หลักการปลูกทุเรียนเน้นคุณภาพของคุณดาวเรือง จะให้ความใส่ใจตั้งแต่การจัดการแปลง ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) พร้อมทั้งมีเทคนิคการบำรุงธาตุอาหารแบบตรงจุด เพื่อให้สอดคล้องกับระยะการเจริญเติบโตของพืช และที่สำคัญ คือใส่ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะส  ทำให้ช่วยประหยัดต้นทุน ทั้งยังได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด สามารถได้ผลผลิต 400 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพื้นที่ข้างเคียงประมาณ 50-100 กิโลกรัมต่อไร่เลยทีเดียว 

 

       สำหรับผลผลิตที่แปลงของคุณดาวเรือง จะขายเองหน้าสวนทั้งหมด โดยตัดทุเรียนที่ความสุก 90-95 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีรสชาติหวานมันกำลังดี เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม สามารถขายได้ราคาดีกว่าส่งล้งช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 160,000-320,000 บาท ต่อฤดูกาผลิต 

       เบื้องหลังทุเรียนคุณภาพ ผลใหญ่ พูเต็ม ที่ใครได้ชิมแล้วกลับมาซื้อซ้ำ ต้องทำอย่างไร? คุณดาวเรือง จะมาเผยเคล็ดลับการปลูกทุเรียนผ่านประสบการณ์กว่า 30 ปี ให้ฟังกันแบบเต็มๆ 

คุณดาวเรือง กับผลผลิตทุเรียนที่แปลง ผลใหญ่ พูเต็ม น้ำหนักดี เป็นเกรดเอถึง 80 เปอรเ์ซ็นต์

 

ขั้นตอนการบำรุงฟื้นต้น-ทำใบ 

จุดเริ่มต้นสำคัญ สร้างผลผลิตคุณภาพ 

 

       ทุเรียนเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดในปริมาณมาก เพื่อการเจริญเติบโตและการออกดอกติดผล หากปลูกในระยะที่ชิดกันเกินไป ทรงพุ่มของแต่ละต้นจะบังแสงกันเอง ส่งผลต่อการสังเคราะห์แสง ทำให้คุณภาพของผลผลิตลดลงได้ 

 

       ดังนั้น คุณดาวเรือง จึงเลือกปลูกทุเรียนด้วยระยะห่างระหว่างต้น 7x7 เมตร โดยในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้จำนวน 25 ต้น เพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดได้รอบด้าน และสะดวกต่อการดูแลด้านต่างๆ ทั้งการตัดแต่งกิ่ง การฉีดพ่นฮอร์โมนและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างทั่วถึง 

การเว้นระยะห่างระหว่างต้นที่เหมาะสมจะช่วยให้ทรงพุ่มของต้นทุเรียนไม่ทับซ้อนกัน

สามรถระบแวงได้รอบด้าน

 

       สำหรับการฟื้นต้นและทำใบถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ต้นทุเรียนกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง หลังสูญเสียธาตุอาหารและพลังงานจำนวนมากไปกับการบำรุงผลผลิต หากต้นมีความสมบูรณ์ไม่เพียงพอ จะกระทบต่อการแตกใบชุดใหม่ และการสะสมอาหารเพื่อการออกดอกในฤดูกาลผลิตรอบถัดไป 

 

       โดยหลังจากเก็บผลผลิตประมาณ 7-10 วัน คุณดาวเรือง จะเริ่ม บำรุงทางดิน ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น ช่วยฟื้นต้นให้สมบูรณ์ สามารถแตกใบใหม่ได้เร็วขึ้น 

คุณดาวเรือง "บำรุงทางดิน" ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู

ช่วยในการ "บำรุงฟื้นต้นทุเรียน" ให้สมบูรณ์

 

       หลังจากนั้นจะเริ่มขั้นตอน การตัดแต่งกิ่ง โดยจะตัดกิ่งที่แห้งและเป็นโรคออก ตามด้วยการ ล้างต้น โดยจะฉีดพ่นฮอร์โมนและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ประกอบด้ว นิวฟอส (กรดฟอสโฟนิก) อัตรา 500 ซีซี ผสมร่วมกับ อโทนิค (สารกลุ่มไนโตรฟีโนเลต) อัตรา 100-200 ซีซี และซาโจ (สารคลอร์ฟีนาเพอร์) อัตรา 300 ซีซีต่อน้ำ 200 ลิตรต่อพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อช่วยในการทำความสะอาด ลดการสะสมของเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช ควบคู่กับกระตุ้นการฟื้นช่วยให้ทุเรียนแตกใบอ่อนได้ไวขึ้

"ระยะฟื้นต้น" จะเสริม "การบำรุงทางใบ" ด้วยนิวฟอส ผสมร่วมกับ อโทนิค ละซาโจ

ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืชและการแตกใบอ่อน

 

       จากนั้นพอเข้าสู่ระยะทำใบถือเป็นอีกระยะสำคัญในการบำรุงสะสมอาหาร เพื่อให้ต้นทุเรียนสมบูรณ์ เพราะยิ่งต้นมีความสมบูรณ์มากเท่าไหร่ ก็ส่งผลไปถึงการออกดอกมากเท่านั้น

     

       ทั้งนี้ คุณดาวเรือง จะทำชุดใบทั้งหมด 3 ชุด เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน โดยจะบำรุงทางดินด้วย ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น (โดยจะใส่ทุกๆ 30 วัน จำนวน 3 ครั้ง) เพื่อช่วยกระตุ้นการแตกใบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น 

คุณดาวเรือง "บำรุงทางดิน" ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู ตลอดการทำใบทั้ง 3 ชุด

ช่วยกระตุ้นการแตกใบอ่อนได้สมบูรณ์

 

       คุณดาวเรือง เผยว่า ข้อดีของการใช้ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู คือเม็ดปุ๋ยละลายง่ายสามารถละลายหมดภายในการเปิดสปริงเกลอร์รดน้ำเพียง 1-2 รอบเท่านั้น ทำให้ต้นทุเรียน ดูดซับธาตุอาหารรวดเร็ว สังเกตได้ชัดเจนว่าต้นแตกใบได้ดี ใบใหญ่และหนา มีการสะสมอาหารได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ยี่ห้ออื่นที่เคยใช้ต้องเปิดน้ำ 3-4 รอบ กว่าเม็ดปุ๋ยจะละลายหมด

 

       จากนั้นจะ บำรุงทางใบด้วยการฉีดพ่นฮอร์โมนและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยใช้นิวฟอส อัตรา 500 ซีซี ผสมร่วมกับ อโทนิค อัตรา 100-200 ซีซี และซาโจ อัตรา 300 ซีซีต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่  (ความถี่ทุก 15-20 วัน) เพื่อเร่งการแตกใบอ่อนเสริมความสมบูรณ์ของต้น ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืช 

"ระยะทำใบ" จะเสริม "การบำรุงทางใบ" ด้วยนิวฟอส ผสมร่วมกับ อโทนิค และซาโจ

ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืชและการแตกใบอ่อน

 

       หลังจากต้นทุเรียนแตกใบชุดที่ 3 จะเข้าสู่ระยะสะสมอาหารซึ่งตรงกับช่วงเดือนตุลาคม คุณดาวเรือง จะปรับการบำรุงทางดินอีกครั้ง และเลือกวิธีผสมปุ๋ยใช้เองเทียบเคียงกับปุ๋ยสูตร 8-24-24 โดยใช้ปุ๋ยสูตร 18-46-0 สัดส่วน 26 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 0-0-60 สัดส่วน 20 กิโลกรัม หลังจากผสมปุ๋ยเรียบร้อยแล้ว จะใส่ในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของลำต้น และระบบราก ส่งผลให้การพัฒนาตาดอกดีขึ้น 

คุณดาวเรือง ใช้ปุ๋ยสูตร 18-46-0 สัดส่วน 26 กิโลกรัม ผลสมกับปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 0-0-60 สัดส่วน 26 กิโลกรัม

เทียบเคียงปุ๋ยสูตร 8-24-24 เพื่อใช้บำรุงใน "ระยะสะสมอาหาร"

 

       สำหรับการผสมปุ๋ยใช้เอง ถือเป็นวิธีการควบคุมต้นทุน และบำรุงธาตุอาหารให้ตรงกับความต้องการของพืช โดยคุณดาวเรือง จะใช้สัดส่วนการผสมตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอผ่านการคำนวณธาตุอาหารหลักให้ใกล้เคียงกับปุ๋ยสูตร 8-24-24 ที่เน้นธาตุฟอสฟอรัส(ตัวกลาง) และธาตุโพแทสเซียม(ตัวท้าย) สูง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของต้นทุเรียนในระยะสะสมอาหารมากที่สุด 

 

       หลังจากบำรุงทางดินเรียบร้อยแล้ว จะเสริมด้วยการบำรุงทางใบด้วยการฉีดพ่นฮอร์โมน และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยใช้นิวฟอส อัตรา 500 ซีซี ผสมร่วมกับ อโทนิค อัตรา 100-200 ซีซี และมาโมมิกส์ บลู อัตรา 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ (ความถี่ทุก 15 วัน) เพื่อช่วยบำรุงให้ต้นแข็งแรง ส่งเสริมการแตก ตาดอก และช่วยให้การออกดอกสมบูรณ์ 

"ระยะสะสมอาหาร" จะเสริม "การบำรุงทางใบ"ด้วยนิวฟอส ผสมร่วมกับ อโทนิค และมามิกส์ บลู

ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืช เร่งการแก่ของใบ และกระตุ้นการแตกตาดอก

 

ทุเรียนระยะแตกตาดอก 

ช่วงสำคัญของการออกดอก-ติดผล 

 

        หลังเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ความชื้นในอากาศลดลง ทุเรียนจะเริ่มแตกตาดอก ถือเป็นช่วงสำคัญที่กำหนดทั้งปริมาณและคุณภาพของผลผลิต เพราะหากดอกพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์ ทุเรียนย่อมมีโอกาสติดผลสูง และผลผลิตที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีตามไปด้วย 

        โดยในระยะแตกตาดอกคุณดาวเรือง จะปรับการบำรุงทางดินอีกครั้ง ด้วยการใส่ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 ขีดต่อต้น (ใส่ทุก ๆ 10 วันเพื่อให้ดอกสมบูรณ์ ไม่หลุดร่วงง่าย 

        ทั้งนี้ ในการบำรุงระยะติดดอก คุณดาวเรือง จะใช้เทคนิคใส่ปุ๋ยปริมาณน้อย แต่ใส่บ่อยเพื่อให้ต้นค่อยๆ ได้รับธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยลดโอกาสการแตกใบอ่อนแทรกขึ้นมาได้มาก  

 

        ทั้งนี้ ในการบำรุงระยะติดดอก คุณดาวเรือง จะใช้เทคนิคใส่ปุ๋ยปริมาณน้อย แต่ใส่บ่อย เพื่อให้ต้นค่อยๆได้รับธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยลดโอกาสการแตกใบอ่อนแทรกขึ้นมาได้มาก 

"ระยะติดดอก"จะ"บำรุงทางดิน"ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู

โดยคุณดาวเรือง จะเน้น "ใส่ปุ๋ยปริมาณน้อย แต่ใส่บ่อย" เพื่อไม่ให้ต้นสมบูรณ์เกินไป

 

       สำหรับปัญหาการแตกใบอ่อนในระหว่างทุเรียนกำลังออกดอกหรือติดผลอ่อน อาจมีสาเหตุมาจาก ทั้งปัจจัยธรรมชาติ อย่างฝนตกผิดฤดู หรือ ปัจจัยด้านการจัดการ อย่างการให้น้ำ-ธาตุอาหารมากเกินไป เพราะต้นทุเรียนที่มีความสมบูรณ์มาก จะมีพลังงานสะสมสูง หากได้รับการกระตุ้นจากความชื้น

 

       ในดินหรืออากาศเพียงเล็กน้อย ต้นทุเรียนจะเข้าใจว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการแตกใบใหม่ จึงเริ่มแตกใบอ่อนออกมา ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ใบอ่อนจะดึงสารอาหารจากต้นได้มากกว่า ดอกและผล จึงเป็นเหตุให้ดอกหลุดร่วง หรือผลอ่อนรูปทรงบิดเบี้ยวไม่ได้คุณภาพในที่สุด

ดอกทุเรียนสมบูรณ์ ขั้นเหนียว ไม่หลุดร่วงง่าย ช่วยให้การติดผลสมบูรณ์

 

เทคนิคการบำรุงช่วงติดผล”  
เพื่อให้ทุเรียนผลใหญ่ พูเต็ม 
เป็นเกรดเอสูง 80 เปอร์เซ็นต์

 

       ในช่วงทุเรียนติดผลต้นต้องการธาตุอาหารจำนวนมากในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต ทั้งในแง่ของขนาดและคุณภาพของเนื้อ หากได้รับการบำรุงอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ทุเรียนผลใหญ่ เนื้อแน่น สีสวยและมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด 

 

       ทั้งนี้ การคัดผลถือเป็นขั้นตอนจำเป็นที่ส่งผลถึงคุณภาพของผลผลิตเช่นกัน โดยหลังทุเรียนอายุ 30 วัน” (ระยะไข่ไก่) คุณดาวเรือง จะทำการคัดผลที่รูปทรงบิดเบี้ยว หรืออยู่ในตำแหน่งชิดกันเกินไปออก เหลือไว้ประมาณ 60 ผลต่อต้น เพื่อให้ผลที่เหลือ 
สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ และมีรูปทรงสวย 

"คัดผล"ที่รูปทรงบิดเบี้ยวออกทั้งหมด เหลือไว้ประมาณ 60 ผลต่อตัน

เพื่อให้ได้ผลรูปทรงสวย ได้คุณภาพเป็นเกรดเอ

 

       หลังคัดผลเรียบร้อยแล้ว จะบำรุงทางดินด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู สลับกับปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 อัตรา 2 ขีดต่อต้น (ใส่ทุก ๆ 10 วันเพื่อช่วยขยายผลทุเรียนให้มีขนาดใหญ่ เร่งการสร้างเนื้อ ขั้วเหนียว และลดการหลุดร่วง โดยจะบำรุงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงทุเรียนอายุ 90 วัน” 

คุณดาวเรืองจะ "บำรุงทางดิน" ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู สลับกับปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20

ต่อเนื่องไปจนถึงช่วง "ทุเรียนอายุ 90 วัน"

 

       ทั้งนี้ช่วงทุเรียนอายุ 90 วันถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนการเก็บผลผลิต ที่ทุเรียนกำลังสะสมแป้ง ให้พูเต็ม เข้าสีสวย และรสชาติดี ดังนั้น คุณดาวเรือง จะเพิ่มการบำรุงทางใบด้วยการฉีดพ่นฮอร์โมน และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยใช้นิวฟอส อัตรา 500 ซีซี ผสมร่วมกับ อโิค อัตรา 100-200 ซีซี และมาโมมิกส์ บลู (แคลเซียม โบรอน) อัตรา 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1 ไร่ (ความถี่ทุก  15-20 วัน) เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ทุเรียนพูใหญ่ พูเต็ม เป็นเกรดเอ ตรงตามความต้องการของตลาด

"ช่วงทุเรียนอายุ 90 วัน" จะเสริม "การบำรุงทางใบ" ด้วยนิวฟอส ผสมร่วมกับ อโทนิค และมาโมมิกส์ บลู

เพิ่มความสมบูรณ์ให้ทุเรียนพูใหญ่ พูเต็ม สุกสม่ำเสมอทั่วทั้งลูก

 

       โดยคุณดาวเรือง เผยความประทับใจในปุ๋ยตรากระต่ายว่าข้อดีของปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 ที่ป้าชอบมากคือ เม็ดปุ๋ยละลายง่าย ใช้แล้วเห็นชัดเลยว่าทุเรียนมีความสมบูรณ์ ลูกใหญ่ พูเต็ม ไส้ไม่ซึม สุกสม่ำเสมอทั่วทั้งลูก อย่างปีที่ผ่านมาป้าเก็บผลผลิตได้ไร่ละ 400 กิโลกรัม พื้นที่รวม 10 ไร่ เท่ากับว่าเก็บผลผลิตรวมได้ประมาณ 4 ตัน อีกทั้งคุณภาพของ ทุเรียนยังเป็นเกรดเอกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้ามาซื้อ ตัดขายกันไม่ทันเลย 

 

 

ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 เม็ดปุ๋ยละลายง่าย พืชดูดซับธาตุอาหารได้ไว

คุณดาวเรือง มั่นใจใช้แล้วทุเรียนมีความสมบูรณ์ เป็นเกรดเอกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

ทุเรียนที่แปลงของคุณดาวเรือง ได้ผลผลิตไร่ละ 400 กิโลกรัม มากกว่าพื้นที่ข้างเคียง 50-100 กิโลกรัมต่อไร่

และที่สำคัญเป็น "เกรดเอ"มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

 

ผลผลิตเน้นคุณภาพได้มาตรฐาน GAP 

ขายได้ราคาดี มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย 

 

       ปัจจุบันมีทุเรียนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงเป็นหนึ่งในแนวทางการเพิ่มมูลค่าทางการตลาด และสามารถรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นได้ในระยะยาว 

       เช่นเดียวกับคุณดาวเรือง ซึ่งไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาแนวทางการทำสวนทุเรียนให้เป็นไปตามหลัก การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) สามารถตรวจสอบย้อนกลับ และประเมินความปลอดภัยของผลผลิตได้ โดยมีการจดบันทึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่การใส่ปุ๋ย, การฉีดพ่นฮอร์โมน, สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช รวมถึงหยุดใช้สารที่อาจก่อให้เกิดการตกค้างอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตัดผลผลิต เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค 

คุณดาวเรือง กับใบรับรองมาตรฐาน GAP ที่ออกโโยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)

ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตภัยต่อผู้บริโภค

 

       ดังนั้น ด้วยความมั่นใจในคุณภาพและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผลผลิต คุณดาวเรือง


       จึงเลือกขายทุเรียนหน้าสวนด้วยตนเอง พร้อมประกันคุณภาพเนื้อทุกลูก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้ผู้บริโภค ทำให้สามารถขายได้ราคาดี เพราะไม่ต้องพึ่งพาราคากลางของล้ง ช่วยเพิ่มกำไรขึ้น เป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดจากความตั้งใจ และความพยายามของคุณดาวเรือง ที่ขยันทดลองสิ่งใหม่เพื่อนำมาพัฒนาสวนอยู่เสมอ จนทำให้ผลผลิตออกมาได้คุณภาพ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค 

 

       โดยคุณดาวเรือง ยังเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จอีกว่าส่วนหนึ่งที่ต้องขอบคุณ คือ พนักงานส่งเสริมจากบริษัท เจียไต๋ ที่เข้ามาแนะนำปุ๋ยตรากระต่า สูตร 16-16-16 บลู และปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 15-9-20 ให้ได้ทดลองใช้ พอใช้แล้วเห็นชัดเลยว่าเม็ดปุ๋ยละลายง่าย ได้ผลผลิตชัวร์ เป๊ะทุกลูกสมกับที่เป็นปุ๋ยขายดีอันดับ1 ใช้แล้วติดใจ ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ การันตีเรื่องคุณภาพ ผลผลิตลูกใหญ่ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย เห็นรายได้แล้วหายเหนื่อยเลย 

ผลผลิคทุเรียนของคุณดาวเรือง พูใหญ่ เต็มพู เนื้อเนียน รสชาติดีจนลูกค้าติดใจกลับมาซื้อซ้ำ

 

       จากความทุ่มเทในการปลูกทุเรียนมาตลอดกว่า 30 ปี ของคุณดาวเรือง ที่ไม่หยุดเรียนรู้ สิ่งใหม่อยู่เสมอ หมั่นคอยสังเกตและบำรุงธาตุอาหารอย่างตรงจุด-ถูกช่วงเวลา-ปริมาณเหมาะสมกับแต่ละระยะการเจริญเติบโตของพืช ทั้งยังมีตัวช่วยสำคัญอย่างปุ๋ยตรากระต่ายที่ละลายง่าย ทำให้พืชสามารถนำธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ไว การันตีผลลัพธ์ได้จากผลผลิตรวมถึง 4 ตัน และคุณภาพเป็นเกรดเอกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ พูใหญ่ เต็มพู ตรงตามความต้องการของตลาดแบบนี้ ขายได้ราคาดีแบบชัวร์ เด๊ะ เด๊ะ สมหวังเป๊ะ เป๊ะ!

"ปุ๋ยตรากระต่าย" ปุ๋ยขายอันดับ 1 ที่เกษตรกรเลือกใช้

เบื้องหลังความสำเร็จของคุณดาวเรือง ที่ช่วยให้ทุเรียนเป็นเกรดเอกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

 

       ที่มา : ผลวิจัยเชิงคุณภาพการสำรวจตลาดปุ๋ยเคมีผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย (In-depth Interview (Store Intercept)) ปี พ.ศ. 2567 จากกลุ่มตัวอย่างร้านค้าตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยเคมีจำนวน 120 ตัวอย่าง โดยบริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด

 

สำหรับผู้ที่สนใจเคล็ดลับในการทำการเกษตร สามารถติดตามสาระเกษตรน่ารู้ ได้ที่

การจัดการทุเรียนให้ได้คุณภาพดี เกรดเอ ราชาแห่งผลไม้ เน้นตลาดส่งออก

 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสินค้า และข่าวสารจากปุ๋ยตรากระต่าย เพิ่มเติมได้ที่   

Facebook: www.facebook.com/puitrakratai/  

YouTube: www.youtube.com/c/Puitrakratai  

TikTok: https://www.tiktok.com/@puitrakratai  

Line : เจียไต๋ Chia Tai: https://r.holistica.live/e/x/6WRZ71tp1

ข้อมูลสินค้าปุ๋ยตรากระต่าย : https://www.chiataigroup.com/business/fertilizer/Puitrakratai-Fruits-Vegetables

 

 

บทความอื่นๆ

object
object