“ทุเรียน” ถือเป็น “ราชาแห่งผลไม้” ที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยมากถึงหลักแสนล้านบาทต่อปี (ข้อมูล : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2565-2567) ซึ่งแม้ว่าจะเผชิญกับการแข่งขันจากทุเรียนประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทุเรียนไทยนั้น ยังคงรักษาคุณภาพและมีความโดดเด่นด้านรสชาติที่หวานมัน เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จึงยังคงได้รับความนิยมจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี
อย่างไรก็ตาม การปลูกทุเรียนเพื่อให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยการดูแลอย่างรอบด้านตั้งแต่การจัดการแปลง การให้น้ำ การบำรุงธาตุอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นต้นทุเรียนที่มีอายุมากและขาดการดูแลอย่างเหมาะสม จะยิ่งทำให้ผลผลิตลดลงเรื่อยๆ
แต่สำหรับคุณสมปราชญ์ บ้านไร่ หรือคุณเนม วัย 30 ปี เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี กลับสามารถพลิกฟื้นสวนทุเรียนดั้งเดิมของครอบครัวบนพื้นที่ 30 ไร่ จนได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า จากเดิมที่ได้ไม่ถึง 10 ตัน ให้กลายเป็น 50 ตันเลยทีเดียว
คุณเนมเผยว่า ปัจจุบันได้รับช่วงต่อการทำสวนทุเรียนมานานกว่า 8 ปีแล้ว สายพันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์หมอนทอง 80 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นพันธุ์ชะนี โดยต้นทุเรียนส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 30-50 ปี จึงผ่านการให้ผลผลิตมานานจนต้นเริ่มโทรม สังเกตได้จากปริมาณใบที่น้อยมากและบางต้นก็เป็นโรค ประกอบกับทางครอบครับไม่ได้ให้ความสำคัญในการดูแลและบำรุงสวนทุเรียนอย่างใกล้ชิดมากนัก ทำให้ได้ผลผลิตตกต่ำลงเรื่อย ๆ จนเหลือแค่ไม่ถึง 10 ตันต่อไร่ ดังนั้น หลังจากเริ่มเข้ามาดูแลสวนแบบเต็มตัว จึงได้ศึกษาหาความรู้เพื่อปรับปรุงวิธีการบำรุงต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมมากขึ้น
โดยเทคนิคสำคัญคือ “การเน้นฟื้นฟูความสมบูรณ์ของต้น” เป็นอันดับแรก เพราะการฟื้นต้นได้ไวหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต จะทำให้ทุเรียนมีผลผลิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนั้นได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งยังได้คุณภาพเป็นเกรดส่งออกมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึงหลักล้านบาท
จากสวนทุเรียนที่เคยขาดความสมบูรณ์จนแทบไม่ติดผล กลายเป็นต้นทุเรียนที่ให้ผลผลิต “คุณภาพระดับส่งออก” คุณเนม ใช้เทคนิคการฟื้นต้นอย่างไร? ตามไปดูกันเลย!
คุณเนม และผลผลิตทุเรียนเกรดส่งออก ลูกใหญ่ พูเต็ม ได้คุณภาพ
จัดการแปลง-วางระบบน้ำดี
ทุเรียนเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตต่อเนื่อง
เป้าหมายของการปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตดีในระยะยาว หลายคนให้ความสำคัญกับการบำรุงต้นเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องพื้นฐานอย่าง “การจัดการแปลง” และ “ระบบน้ำ” ก็เป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นโดยตรง
สำหรับ “การจัดการแปลง” นั้น คุณเนมจะปลูกทุเรียนจำนวน 20 ต้น ต่อพื้นที่ 1 ไร่ โดยใช้ระยะห่างระหว่างต้น 8x8 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เพียงพอสำหรับการขยายทรงพุ่ม ต้นไม่เบียดชิดกันเกินไป สามารถรับแสงได้รอบด้าน อีกทั้งยังสะดวกต่อการจัดการดูแลในด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นการตัดแต่งกิ่ง การฉีดพ่นฮอร์โมนและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช รวมถึงการนำเครื่องจักรกลทางการเกษตรเข้ามาใช้ในแปลง
การวางแปลงปลูกทุเรียน ระยะ 8x8 เมตร
นอกจากนี้ เพื่อให้ต้นทุเรียนได้รับน้ำอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ คุณเนม จะใช้ “ระบบน้ำ” แบบ “สปริงเกลอร์” พร้อมปรับ “ความถี่และปริมาณ” การให้น้ำ ตามความต้องการของทุเรียนแต่ละระยะ ดังนี้
- ระยะฟื้นต้น ถึงระยะสะสมอาหาร เป็นช่วงที่ทุเรียนต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป จะใช้ระยะเวลาการให้น้ำนานครั้งละ 30 นาที (ความถี่วันเว้นวัน)
- ระยะติดดอก (ระยะดอกบาน) เป็นช่วงที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะหากทุเรียนได้รับน้ำมากเกินไป อาจทำให้ต้นสลัดดอกทิ้ง หรือแตกใบอ่อนแทนการพัฒนาดอก ดังนั้นจะ “ปรับลด” ระยะเวลาการให้น้ำลงเหลือเพียง 15 นาที (ความถี่วันเว้นวัน) ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นและไม่ทำให้ดอกแห้งฝ่อ
- ระยะติดผล (ระยะไข่ไก่ ถึงระยะกระป๋องนม) เป็นช่วงที่ทุเรียนมีความต้องการน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการพัฒนาขนาดและคุณภาพของผล ดังนั้นจะ “ปรับเพิ่ม” ระยะเวลาการให้น้ำเป็นครั้งละ 40 นาที (ความถี่วันเว้นวัน) เพื่อส่งเสริมการขยายผลและสร้างเนื้อของทุเรียน
เทคนิคการให้น้ำในแต่ละระยะของคุณเนม
เทคนิคฟื้นต้นหลังเก็บเกี่ยว
จุดเริ่มต้นสำคัญ ช่วย "เพิ่มผลผลิต" ได้จริง
“การฟื้นต้น” หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ต้นทุเรียน และเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การให้ผลผลิตรอบใหม่ หากได้รับการบำรุงและดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยปูทางไปสู่การสะสมธาตุอาหารได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ทุเรียนสามารถออกดอก-ติดผลได้มากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้นทุเรียนแต่ละต้นมีความสามารถในการฟื้นต้นแตกต่างกัน โดยเฉพาะในกรณีของ “ต้นทุเรียนที่มีอายุมาก ประมาณ 30-50 ปี” การฟื้นต้นจะยิ่งทำได้ช้าและยากขึ้น เนื่องจากระบบรากและความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารเริ่มเสื่อมลงตามอายุ อีกทั้งบางต้นเคยประสบปัญหาโรคพืช เช่น โรครากเน่า-โคนเน่า จากเชื้อราไฟทอปธอรา ซึ่งอาจผ่านการขูดเปลือกลำต้นบางส่วนออก ยิ่งทำให้การลำเลียงน้ำและอาหารจากรากไปยังส่วนต่างๆ ของต้นลดลง หากขาดการบำรุงอย่างเหมาะสม ต้นจะทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
จนทำให้ผลผลิตตกต่ำได้
ดังนั้นคุณเนม จึงให้ความสำคัญกับการฟื้นต้นเป็นอย่างมาก โดยจะเริ่มขั้นตอนหลังเก็บผลผลิตแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ ด้วยการตัดแต่งกิ่งแห้งหรือติดโรคออกทั้งหมด เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดส่องได้ทั่วถึง ตามด้วยการใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุ ให้ดินมีความสมบูรณ์ จากนั้นจะบำรุงด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น ร่วมกับ ปุ๋ยสูตร 15-0-0 อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อฟื้นต้นทุเรียนให้สมบรูณ์ เสริมความแข็งแรงของต้น และเร่งการแตกใบอ่อนได้ไวขึ้น
ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 9-25-25 ช่วยบำรุงในระยะสะสมอาหาร และให้การออกดอกสมบูรณ์ต่อไป
ทั้งนี้คุณเนมยังเล่าถึงความประทับใจในปุ๋ยตรากระต่ายว่า “สำหรับ ปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 9-25-25 นั้น นอกจากจะช่วยเน้นในเรื่องความสมบูรณ์ของต้นได้ดีมากแล้ว อีกเรื่องที่ผมประทับใจคือ เม็ดปุ๋ยละลายง่ายครับ ซึ่งถ้าเม็ดปุ๋ยละลายเร็ว ต้นทุเรียนก็จะดูดซับธาตุอาหารได้เร็ว แล้วพอต้นสมบูรณ์ไว ก็ติดดอกได้ไวขึ้นตามไปด้วย สังเกตได้เลยครับว่า เวลาที่เรารดน้ำทุเรียนหลังหว่านปุ๋ย จะเปิดสปริงเกลอร์น้ำแค่ 1-2 รอบเท่านั้น เม็ดปุ๋ยก็ละลายหมดแล้ว แต่ถ้าเป็นยี่ห้ออื่น ก็เปิดน้ำประมาณ 4 รอบเลยครับ กว่าเม็ดปุ๋ยจะละลายหมด ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารช้ามากครับ”
การบำรุงระยะติดดอก-ติดผล
เพื่อทุเรียนผลใหญ่ พูเต็ม
เป็นเกรดส่งออก 70 เปอร์เซ็นต์
การดูแลและบำรุงทุเรียนตั้งแต่ “ระยะติดดอก” และ “ระยะติดผล” ถือเป็น “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะส่งผลต่อปริมาณ รูปทรง และคุณภาพของผลผลิต ให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด
โดยเฉพาะสำหรับ “ทุเรียนเกรดส่งออก” หรือที่เรียกว่า เกรดเอและเกรดบี (A,B) จะมีน้ำหนักผลตั้งแต่ 3-5 กิโลกรัม รูปทรงสวย มี 5 พูเต็ม จึงต้องอาศัยทั้งการจัดการแปลง ควบคู่กับการบำรุงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลทุเรียนสามารถพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์ โดยที่ดอกหรือผลอ่อนไม่ร่วงไปเสียก่อน
ดังนั้นในการดูแล “ทุเรียนติดดอก” คุณเนมจึงเน้นไปที่ความสมบูรณ์ของดอก พร้อมกับการเสริมความแข็งแรงไม่ให้ดอกหลุดร่วง โดยเฉพาะในดอก “ระยะมะเขือพวง” ที่เริ่มเห็นขั้วดอกชัดเจนแล้ว ด้วยการ “บำรุงทางดิน” ด้วยปุ๋ยตรากระต่าย สูตร 16-16-16 บลู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น ร่วมกับการ “บำรุงทางใบ” ด้วยการฉีดพ่น อโทนิค (สารในกลุ่มไนโตรฟีโนเลต) อัตรา 100 ซีซี ผสมกับมาโมมิกซ์ บลู (แคลเซียม โบรอน) อัตรา 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อพื้นที่ 1ไร่ (ใส่ 2 ครั้ง ทุก 15 วัน) เพื่อบำรุงดอกทุเรียน ให้ขั้วเหนียว ไม่หลุดร่วงง่าย มีความสมบูรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาผลได้ดี